![]() |
|
Spaces home โลกของฉันPhotosProfileFriends | ![]() |
|
June 28 Chapter 26 Part 19 : ช่วงเวลาที่ผ่าน ช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่เราได้พบพานมากับผู้หญิงคนนี้มากมายเหลือเกิน ทั้งความสุขความเศร้า และอะไรหลายๆอย่าง มันก็ทำให้เราเข้าใจหนิงมากขึ้น และตอนนี้เราว่าเราเข้าใจในสิ่งที่หนิงพยายามจะบอกเราแล้วล่ะ
คำขอโทษสำหรับเรานั้นมันเป็นคำพูดที่เราพูดเมื่อเรารู้สึกผิดต่อคนๆนั้น เราอยากขอโทษเพราะเราเชื่อว่ามันดีกว่าที่จะไม่แสดงความรับผิดออกมา แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยซักเท่าไหร่ แต่ก็ว่านะ ขอโทษบ่อยๆ มันดูไม่มีค่ามันน่ารำคาญ ไม่มีภาวะผู้นำ ดูอ่อนแออีก เราเข้าใจแล้วล่ะ และเราก็จะปรับปรุงนะ เราคงไม่บอกหนิงด้วยปากเราหรอก เดี๋ยวหนิงรำคาญเอาเป็นว่า เราบอกตัวเองแล้วกันว่าจะพูดออกมาเมื่อมันแย่มากๆละกันนะ เพราะเราคิดมากเกินไป เราเซนส์สิทีฟเกินไป เราจะพยายามเป็นคนที่เข้มแข็งจะได้สามารถนำหนิงได้
วันที่หนิงบอกให้เราตัดใจเพราะว่าหนิงจะไม่ได้อยู่กทม. ทำไมไม่รู้เรารู้สึกใจหายมากๆ เราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไม่แค่เริ่มมา 1 เดือน ทำไมเรารู้สึกว่าเราไม่อยากตัดใจ เราร้องไห้ เราไม่รู้ว่าเราร้องไห้เพราะอะไร มันอาจเป็นเพราะว่าเราไม่อยากให้หนิงจากเราไปก็ได้ เราอยากให้หนิงอยู่ข้างๆเรา ถึงว่าบางทีหนิงจะนิ่งๆเฉยๆแต่เราก็ยังได้เห็นหนิงอยู่ตรงนี้ มัน่าขำตัวเองนะว่าทำไมนะเรารักใครขึ้นมาแล้วเรามักจะต้องจากกันทุกทีสินะ ถ้าเป็นคนอื่นเราก็ไม่รู้ว่าเราจะรู้สึกเสียใจได้ขนาดนี้รึเปล่า
เรานั่งหาหนทางมาตลอดก หัวก็เครียดๆเพราะมันมีหลายๆเรื่องประดังเข้ามาพร้อมๆกันจนบางครั้งมันก็แย่เหลือเกิน แต่ปัญหาต่างๆมันก็ค่อยๆผ่านไปแล้วล่ะ
วันพฤหัสพาหนิงไปกินข้าวที่ ซูกิชิ เพราะเรากลัวว่ามันจะเป็นวันสุดท้ายที่เราอาจได้เจอหนิงอยู่ตรงนี้ ตอนไปส่งหนิงหนิงก็ร้องไห้ เพราะหนิงก็ไม่อยากไปจากกทม.เหมือนกัน แต่มารู้เมื่อวันศุกร์ว่าหนิงก็ร้องเพราะเรื่องเราด้วย TvT
เราดีใจมากๆเลยนะที่หนิงยังอยู่ที่นี่ เรารักหนิง ถึงแม้ว่าหนิงอาจจะมีบทโหด ใจร้อน ซึ่งตรงข้ามกับเราเยอะเหมือนกันแต่ว่า เราคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ไปกันได้นะ จากนี้เราจะพยายามเป็นผู้ชายที่ดี และเป็นตัวของตัวเอง เราจะไม่คิดมากไม่เสียสเถียร ไม่อ่อนไหวนะ
เราอยากให้หนิงมาเป็นคนรักของเรานะ แล้วมันก็น่าจะได้เวลาที่จะบอกแล้วสินะ June 19 Chapter 26 Part 18 : เพียงเพราะเหนื่อยล้า ช่วงนี้เหนื่อยพอตัวเลย เทียวไปเทียวมาระหว่าง ubc และออฟฟิศ หมดแรง หมู่นี้รู้สึกชีวิตจะ busy มากๆ เหนื่อย + ล้าอาจทำให้อารมณ์ไม่คงที่เท่าไหร่
ทำไมหมู่นี้น้อยใจง่ายจิงนะเรา
หนิง เราเป็นห่วงหนิง แต่บางเรื่อง เราก็ไม่รู้จริงๆว่าเราจะทำยังไง
ตึงมากไปมั้งช่วงนี้ ขอหย่อนบ้างนะ
หลายๆเรื่องหนิงเหมือนพี่ขิมจนน่าตกใจจิงๆ
เรารู้สึกว่าอะไรบางอย่างระหว่างเราสองคนมันเปลี่ยนไปเยอะนะ ดูหนิงจะหงุดหงิดง่ายอ่ะ แต่เอาเหอะเราเข้าใจ June 15 Chapter 26 Part 17 : Emotion ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเหนื่อยมากๆเลยล่ะงานเยอะแยะ เรื่องราวเยอะแยะและวุ่นวาย และมีหลากหลายอารมณ์จริงๆ ทั้งสุข และเศร้าคละเคล้ากันไป
เมื่อวันศุกร์นโน้น ไปดูหนังกะหนิงมาตื่นเต้นมากๆเพราะว่ามันเป็นครั้งแรกนะทีได้ไปดูหนังกะคนที่ตัวเองชอบ แต่ว่ารีบไปก็กัวไม่ทันแท็กซี่ก็ไม่ยอมไปอีกเพราะรถติดมากๆ เครียดเลยกัวไปไม่ทัน แต่แล้วก็ไปทัน ให้หนิงไปเอาตั๋วก่อน รอดไปงานนึง เสร็จแล้วก็ไปดูนาเนียกันขำดีอ่ะ ดูเสร็จก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน เสร็จสรรพ กลายเป็นว่วันนี้หนิงเลี้ยงเรา ก็รู้สึกว่าไม่อยากให้เลี้ยงเพราะใจเราอยากเลี้ยงหนิงมากก่า แต่ต่างคนต่างก็ไม่ยอมจนหมาวิ่งมาเห่า แล้วก็พูดพ้อมกันว่า "กัดมันเลย" เรารู้สึกขำ และมีความสุขมากๆเลยนะ ไม่รู้ว่าหนิงจำได้มั้ย แต่เรารู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาแว้บนึงที่เรามีความสุขมากๆเลยล่ะ แล้วเราก็ไปส่งที่หอและก็กลับบ้าน
วันอังคารก็ไปส่งหนิงแต่หนิงก็หิวก็เลยไปกินยำแซ่บกัน แล้วก็เลยไปส่งหนิงที่หอ คราวนี้หนิงก็เลี้ยงอีกแล้ว กลุ้มใจจิงๆว่านี่ทำไมต้องให้หนิงมาเลี้ยงด้วยเนี่ย
วันพุธ ก็พาหนิงไปตีแบด หนิงก็ติดลมเลยอยู่ยาวแล้วก็พาไปส่งหอ คราวนี้ได้ออกค่ารถให้ซักที จะมีรู้สึกติดค้างอะไรกันนักหนาเนี่ยหนิง
อะไรๆมันก็เหมือนจะพอไปได้ แต่ว่าเราก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมหนิงถึงรู้สึกว่าจะคบกันได้ไม่นาน เรารู้ตัวเราดีว่าเราไปเหมือนกันกับเขามากมายแค่ไหน แต่เราก็พูดไม่ออกเหมือนกัน เราไม่รู้ เรารู้แค่ว่าเราก็เป็นตัวเราอย่างนี้มานานแสนนาน แล้วก็แค่หวังว่าจะมีกคนที่สามารถยอมรับตัวตนแบบนี้ได้ เคยคิดว่าหนิงจะรับได้ แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ใช่แล้วแฮะ เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมหนิงพูดเรื่องนี่ทีไรใจเราลึกๆมันก็กลัว แล้วความเศร้ามันก็มีอยู่ข้างในมากมายได้ขนาดที่รู้สึกอยากร้องไห้ แต่อย่างมากก็ยังข่มมันไว้ได้ตลอด และคำถามก็เกิดกับตัวเองเสมอว่าทำไมนะเวลาคิดจะรักใครซักคน เราก็ต้องเสียเขาไปทุกครั้งเลยใช่มั้ย
เหมือนหนิงยิ่งรู้จักเรามากขึ้น แต่เราก็เหมือนเป็นคนที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ขึ้นยังไงก็ไม่รู้ แต่เรายังถอยไม่ได้หรอกนะ เราขอยืนอยู่ตรงนี้จนวินาทีสุดท้ายของเราล่ะ
เราอยากรักหนิง โดยที่หนิงรักเรา เราไม่รู้ว่าเราจะทำให้หนิงมั่นใจได้ยังไง เราไม่อยากให้หนิงมีความคลางแคลงหรือไม่มั่นใจในตัวเรา แต่เราก็ไม่รู้ว่าเราจะทำยังไง เรารู้แค่ว่าเราแค่ช่วยทุกอย่างสำหรับหนิงเท่าที่เราจะมีความสามารถ มันเป็นสไตล์เรา เราเป็นคนงี่เง่า เพ้อเจ้อ เพ้อฝัน เราเป็นงี้
ที่ไม่คาดหวังอะไรในอนาคตเพราะไม่อยากเสียใจมากเกินไป เรากลัวว่าถ้าเราวาดฝันเอาไว้มากเกินไป เราก็กลัวใจตัวเองเหมือนกันว่าเราจะความคุมความรู้สึกตอนที่เราผิดหวังได้อีกมั้ย มันนานมากๆแล้วที่รู้สึกไม่กล้าที่จะผิดหวังมากนี้ แต่ถ้ากลัวเราจะทำอะไรให้หนิงไม่ได้เลยจริงๆ เราเลยไม่ค่อยคิดอะไรเรื่องนี้เท่าไหร่
แค่หวังว่าทำแล้วหนิงจะสุข สบายใจ ได้มีอะไรๆดีๆในชีวิต เราหวังแค่นั้น แค่นี้เราก็มีความสุขเล็กๆของเราเองแล้วล่ะ
กลัวตัวเองจริงๆ กลัวผิดหวังอีกจนไม่กล้าเปิดใจรับอะไรมากกว่าเดิมแล้ว แต่เอาเหอะ ทุกอย่างมันมีความจริงของมันอยู่ เรามีหน้าที่หาคำตอบล่ะนะ June 01 Chapter 26 Part 1 : On my way (ไม่ค่อยได้อัพเลยเรา) กราบเท้าหลายๆคนที่เข้ามาอ่านที่เคารพ เนื่องด้วยช่วงนี้ใช้ชีวิตเป็นซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง ชีวิตวุ่นวาย กับ นายว้าวุ่นมาซักพักนึง จนไม่มีเวลาและอารมณ์อัพเลย เอาเป็นว่าคงได้แต่สรุปๆ ละกันนะ
ช่วงนี้งานก็มะรุมมะตุ้มจิงๆ ทั้งในบ้านและนอกบ้านเลย โอยเหนื่อย
เมื่อวันก่อน วัน พฤหัส น้องลูกหมาก็ตายไป
ลูกหมา เป็นแมวตัวหนึ่งในบ้าน เป็นลูกของน้องนิล เกิดมาสองปีก่าแระ แต่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเลย เป็น FeLV ซึ่งเป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสพ แต่ทคือเป็นที่ช่องอกทำให้หายใจลำบาก พอเป็นหวัด ก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก พอพาไปหาหมอ ก็เลยตกใจหายใจไม่ทัน ช็อคไปเลย ยังไงก็ฝันดีนะ เป็นไปได้ถ้าจะเจอกันก็ขอให้แกมีชีวิตใหม่ที่ดีนะ ทำบุญให้แล้ว รับไปด้วยล่ะ
และแล้วใจที่มันหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก็มีคนมาถามว่าเดินได้หรือยัง ขอบคุณนะหนิงที่ทำให้เรากล้าที่จะเดินไปอีกครั้ง ถึงแม้ว่าตอนแรกๆใจเราก็กลัวๆก็เหอะ เพราะทุกครั้ง ที่คิดจะก้าวไป ภาพในอดีตมันก็ย้อนมาซะทุกทีจนไม่กล้าที่จะก้าวออกไปซักที แต่ตอนนี้ก็กล้าที่จะก้าวเดินต่อไปแล้วล่ะ เราคงไม่สนใจอะไรมากไปกว่าการค้นหาคำตอบในใจของตัวเองแหล่ะนะ ถ้าถามว่า ณ ตอนนี้เรารู้สึกยังไงกับหนิง ข้อนึงคือหนิงเป็นคนที่เปิดเผย และตรงไปตรงมามากๆ(บางครั้งก็รู้สึกว่าโหดเหมือกันเวลาโดนถาม) มันทำให้เรารู้สึกอะไรบางอย่างซึ่งตอนนี้ขออุบเป็นความลับไว้ก่อนดีก่า และจากวันที่เราได้รู้จักกับหนิง มาจนวันนี้ หนิงเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง วันแรกที่เจอ เรารู้สึกสบายใจเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆหนิง แต่ตอนนั้นเราก็ทำได้แค่ยิ้ม และอยู่อย่างเงียบๆ เพราะว่าเราไม่กล้าที่จะคิดต่อ และ ณ ตอนนั้นก็ไม่พร้อมที่จะคิดอะไรกับใครด้วย ไม่รู้สินะเราไม่ค่อยมีความมั่นใจเหลือน่ะว่าเราจะเป็นคนที่ใช่สำหรับใครรึเปล่า แต่มาวันนี้ก็คงบอกได้แค่ว่า ใจเราก็เหมือนมีกระปุกอยู่แหล่ะ ส่วนที่เป็นเพื่อนมันก็มีเยอะแยะ ส่วนที่มากกว่านั้นก็คงต้องสะสมซักพักนึง ก็เหมือนกับหนิงเองล่ะอย่างที่เราบอก่า เรายังรู้จักกันแค่ในระดับนึงก็ต้องมองกันให้ม่านี้ล่ะนะ จิงป่ะ
สุดท้ายจะลงเอยยังไง ก็คงให้เวลา และอะไรหลายๆอย่างเป็นคำตอบล่ะนะสำหรับเรา เราก็คงต้องเดินอย่างเต็มที่แล้วล่ะ แต่จริงๆก็เหมือนจะได้คำตอบส่วนนึงมาในใจแล้วล่ะ เป็นคำตอบที่ได้มาโดยไม่ทันไดมตัวเองซะด้วยสินะ แต่เราก็คงต้องพิสูจน์ตัวเองให้หนิงเชื่อใจด้วยล่ะนะ
สุดท้ายบนทางเดินเส้นนี้จะเป็นยังไงต่อไปล่ะเนี่ย ไม่มีใครรู้จริงๆล่ะนะ แต่เราคงต้องทำอะไรบางอย่างอีกแล้วล่ะ
April 15 Chapter 26 Part 15 : Songkran Fest หยุดยาวๆ มีเรื่องต่างๆเกิดขึ้นมากมายเลยล่ะ เฮ้อ เหนื่อย ร้อนก็ร้อน จะนอนแปะแต่ก็นอนไม่ได้ โบนัสออกก็เลยให้พ่อไปส่วนนึงเป็นค่าซ่อมกระจก เหมือนเป็นคนดีเนาะ แต่ก็ไม่ดีหรอก เพราะจิงๆก็น่าจะทำไรได้มากก่านี้ หยุดยาวเหนื่อยกะการนั่งซ่อมตู้ปลา ซึ่งมาวันนี้... เฮ้อ เหมือนเหนื่อยเปล่าเพราะว่าตู้มันน้ำไหลติ๋งๆ ทั้งๆที่อัดซิลิโคนหนาแล้วนะ เปลี่ยนกระจกด้วย ค่าซ่อมยังกะซื้อตู้ใหม่แน่ะ แม่นะแม่บอกให้ซ่อม แล้วมือฉิ่งก็เป็นห้อเลือดด้วย ชิ เจ็บตัวเปล่า รู้งี้ซื้อตู้ใหม่ก็จบเนาะ เพิ่มอีก 300 เนี่ย ไม่เป็นไร พฤหัสค่อยลองปะใหม่ แล้วเดี๋ยวซ่อมอีกตู้ ไม่ได้จริงๆจะซื้อใหม่แล้ว งอนแม่แล้ว
สามสี่วันนี้เป็นวันที่แย่ๆของบีมั้ง ไงก็หวังว่าพี่คงจะช่วยอะไรบางอย่างให้บีได้นะ แล้วก็เรื่องแย่ๆก็ขอให้มันไหลไปกะสายน้ำละกันนะ บางทีก็คงต้องลองใจเย็นบ้างนะถึงจะเห็นทาง(รู้สึกว่าพี่น่าจะบอกบีไปแล้วนะ หรือเปล่าหว่า) แต่ก็หวังว่าพ้นช่วงแย่ๆแล้วบีจะได้มีช่วงเวลาดีๆบ้างไงก็ต้องตั้งใจอ่านหนังสือไม่งั้นเดี๋ยวสอบไม่ได้อีกล่ะนะ
ส่วนจุ๋ม ไปเที่ยวยาว เอิ้กๆๆ จิงๆก็ดูเหมือนจะไม่ต้องห่วงอะไรจุ๋มมากแล้วสิ จุ๋มเพื่อนเยอะอ่ะ ไงก็มีวุขดีก่าทุกข์แหล่ะนะ
เรื่องไม่คาดฝันของหนิง มะวานตกใจโทรไปไม่รับ นึกว่าเป็นไร กัวเจอเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ก็ไม่มีไรเกิดขึ้นก็ดีแล้วล่ะ โล่งไปที ไงก็กลับมาอย่างปลอดภัยนะ
ปั่นงานเบทาโกรเสร็จแล้วหวังว่าจะจบลงด้วยดีนะ
ร้อนละลายไปดีก่า March 29 Chapter 26 Part 14 : กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพเลยพอดีปั่นงาน CS-ROM จนจาเป็นลมเอิ้กๆๆ ปิดงานได้แต่ดันมี error ที่มองเห็นจะๆแต่ทำไงได้ไม่ปิดก็ไม่มีของอ่ะนะ เฮ้อ รู้สึกแย่กะตัวเองจิงๆว่าทำไมไม่รู้ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาให้ไวกว่านี้ เอาล่ะมาอัพเดทนิดนึงละกัน
กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ได้รู้จักเพื่อนคนนึงโดยพี่ตุ้มเม้ง แต่ก้อดันมารู้จักในช่วงจังหวะชีวิตของเขาที่เราก็ถือว่ามันเศร้ามากๆล่ะนะเพราะเราก็เคยเป็นมา ในใจลึกๆก็รู้สึกว่าอยากให้เขาหายเศร้าเร็วๆ แต่ก็ไม่รู้ทำไงดีเพราะของอย่างงี้ห้ามกันยาก แต่ก็หวังแค่ว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นบ้างล่ะนะ
เป็นไปได้ก็ไม่อยากให้มาเจอเรื่องที่ส่วนตัวเรารู้ว่าถ้าสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความรักก็จะถือว่าเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจน่าดูเลยล่ะ แต่ว่าทำไงได้ล่ะชีวิตคนเราถ้ามันเป็นอย่างที่คิดไปซะทุกอย่าง มันจะสนุกเหรอ ความเศร้าสำหรับเรามันไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากทำให้รู้คุณค่าของความสุข ความฝันที่ล้มเหลว มันก็ทำให้เรียนรู้ในข้อบกพร่อง ต่างๆเพื่อแก้ไข ชีวิตคนเราก็ต้องมีเดินต่อไป แค่ว่าจะไปทางไหนแค่นั้นเอง
สำหรับเรานะก็เคยคิดนะว่าถ้าเดินไปจนถึงทางแยกที่จะต้องเลือกซักทางจะทำไง สุดท้ายก็บอกตัวเองแค่ว่าตอนนี้ยังไม่มีทางแยกถึงแยกแล้วค่อยว่ากันดีกว่าเอาแต่คิดไป มันก็เท่านั้นเพราะเดี๋ยวจะก้าวไม่ออก ถ้าคิดว่าเดินไปแล้วหลงทางก็ย้อนกลับมาทางเก่าก็ยังไม่สาย ความรักถ้าหากเราย้อนเวลาได้เราก็คงไม่อยากให้มันเกิดเรื่องแบบนั้นหรอกนะ แต่ความรักนั้นไม่ใช่กระดาษ หรือ อะไรที่มันจะกลับมาเชื่อมใหม่ไม่ได้ สิ่งที่จะทำให้มันเชื่อมใหม่ได้ยากนั้นก็คือความกลัวในใจของเราเอง จริงๆนะถ้าเรามองตัวเองด้วยใจที่เป็นกลางพอ ความผิดหวังนำพาซึ่งความเศร้าไม่มีใครอยากผิดหวัง เราเองก็คนหนึ่ง แต่... ทำไงได้ผิดหวังจนชิน จนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว แต่ว่านะชีวิตคนเราถ้าผิดหวังมันคือตอนกลางคืน อย่างมากเราก็รอตอนเช้าแค่นั้นก็พอ เพราะยังไงโลกใบนี้ไม่ได้มีกลางคืนอย่างเดียว ไม่งั้นคงได้นอนกันยาวล่ะทีนี้ คิ้ๆๆๆ(จบได้ทุเรศที่สุด)
ร่ายยาวมากมาย ง่ายๆก็คือประโยคที่เราพูดประจำว่า หากยังรักก็รักต่อไป หากไม่รักก็จบกันไป มันพูดง่ายแต่ก็ทำยาก ถ้ารักแล้วเจ็บแล้วตัวเองโอเคก็ทำไป หมดใจเมื่อไหร่ก็ค่อยเลิก ส่วนใหญ่ผู้หญิงชอบเป็นแบบนี้นะ ทนท้นทนจนเราก็ไม่รู้ว่ามันสุขตรงไหนหว่า
ถ้าคนเรารักกันมันก็น่าจะไม่น่าจะนำพามาซึ่งทุกข์ของอีกคนล่ะจริงมั้ย แต่เมื่ออีกคนทุกข์ แล้วอีกคนจะมองเห็นและแก้ไขข้อบกพร่องหรือไม่ การกระทบกระทั่ง การไม่เข้าใจกันมันเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้สิ่งนั้นผ่านไปได้ก็คือการที่ยอมรับในความผิดพลาด และแก้ไขอะไรก่อนที่มันจะสายไป
จุดสำคัญในความรักอีกอย่างนึงก็คือ ความซื่อสัตย์ หากเราไม่ซื่อสัตย์กับคนที่รักแล้วสุดท้ายนะ เราเองนั่นล่ะที่จะทำให้เขาเสียใจ และก็ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองเมื่อรู้ว่าตัวเองเกิดอาการนอกใจด้วย เพราะไม่อย่างนั้นมันจะแย่มากมาย และถ้าหากจะไปการไปแบบไม่กลับจะทำให้คนที่ถูกทิ้งรู้สึกดีกว่า(มั้ง) เพราะแย่งน้อยๆ กรวนเวียนในชีวิตเขาให้น้อยที่สุดมันก็คงช่วยให้ความเศร้าในใจจางลงไปบ้าง
แล้วนี่เรามาพูดเรื่องฟามรักทำไมเนี่ย
ตัวเองก็ไม่ได้มีนี่หว่า
เอาเป็นว่า ความรักนะใครมันก็กำหนดไม่ได้นอกจากคนสองคน สำหรับเรานะความรักเราไม่เอาความรู้สึกทั้งหมดมาจับได้หรอก เราใช้เหตุผลด้วย เพราะอย่างน้อยจะได้เสียใจน้อยลง หากรู้ว่าในเวลาที่เราเป็นน้ำมัน ซึ่งก็คือนิสัยแย่ๆเวลาเจอสิ่งที่ไม่ชอบ และไฟซึ่งก็คือนิสัยดีหรือแย่ แต่เราไม่ชอบ ว่าถ้าไฟของเขาจะมาจุดน้ำมันของเราได้มั้ย แน่นอนว่าถ้าเกิดว่าไฟของเขามาจุดติดได้ก็จบกัน เพราะว่าเราชอบใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่อยากหงุดหงิดขี้รำคาญเท่าไหร่นัก แล้วก็เราชอบเดินในทางที่ตัวเองเลือก ไม่ใช่คนอื่นเลือกให้ก็เท่านั้นเอง
มุมนึงของชีวิตก็จะเป็นคนสบายๆ แต่อีกมุมก็จะเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมากๆ ถึงไม่คาดหวังว่าจะมีคนรักได้หรอกนะ แต่ขออยู่เป็นแค่คนๆนึงในโลกที่มันก็น่าจะพอเป็นแสงอ่อนๆให้คนเห็นทาง เป็นกองฟางให้พักยามท้อใจได้แค่นั้นก็พอมั้ง เพราะแค่สองมือกับสมองอันน้อยนิด กับความสามารถที่ไม่ค่อยมีอะไร อย่างมากหวังได้เพียงแค่รอยยิ้มของคนรอบๆตัวเท่านั้นล่ะนะ March 15 Chapter 26 Part 13 : ขอโทษอีกแล้ว เริ่มต้นมาก็ต้องขอโทษอรก่อนล่ะนะ ที่เราอาจพูดอะไรไม่ดีจนทำให้อรรู้สึกแย่
มันผิดที่เราเองแหล่ะที่เวลาพูดเรื่องความรักขึ้นมาแล้วเราจะค่อนข้างที่จะปฏิเสธอะไรต่อมิอะไรมากมาย เรารู้ดีว่าอรหวังดี แต่เรามันก็แย่เองล่ะนะที่เวลาถ้าซีเรียสมากๆแล้วเราก็จะดื้อมากๆ เพราะใจลึกๆเราก็ยังคงเฟลมากๆกับเรื่องนี้อยู่
การที่คนเราจะก้าวออกไปอีกครั้ง โดยเฉพาะตัวของเราเอง เราอยากเดินด้วยตัวเอง อยากเข้มแข็งด้วยตัวเอง ณเวลานี้ มานับ 1 ใหม่กับการเป็นลูกที่ดี หลานที่ดี น้องที่ดีของที่บ้านเสียก่อน ขอพักใจไปพักใหญ่ๆ ถ้าคนเรามัวแต่คิดว่าคนรักจำเป็นต่อชีวิต ลองมองย้อนมาที่คนที่รักเราที่อยู่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุดก่อน แล้วถามใจตัวเองว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เมื่อเราผิดหวังใครกันแน่ที่อยู่ข้างๆเราตลอดมา แล้วเราเคยทำอะไรเพื่อคนเหล่านั้นบ้างมั้ย อาจใช่ว่าโอกาสที่ได้พบกับใคร และได้รักใครนั้นมันมีน้อย แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน ซึ่งส่วนมากก็คือ ใจพร้อมหรือยัง สำหรับเรามันไม่พร้อมซักอย่างถึงยังไม่เดินต่อไงล่ะ
หากไม่ได้เป็นคนที่มีความฝันที่มันยากที่จะบรรยายให้ใครเข้าใจได้ และคนที่อ่อนไหว อย่างเราก็จะไม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นยังไง ซึ่งเราเองก็ไม่ได้คาดหวังให้ใครมาเข้าใจจุดนี้เสียด้วย การอยู่อย่างสงบสุขที่สุด การใช้ชีวิตเพื่อคนที่ตัวเองรัก การใช้ชีวิตเพื่อนคนสำคัญ และทำตามในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ นั่นคือตอนนี้ของเรา ในใจลึกๆอาจยังคงชอบใครอยู่ แน่ล่ะเป็นธรรมดา แต่ว่าเราก็ยังไม่สามารถหาคำตอบในช่องว่างของจิตใจเราได้ และก็อย่างที่บอก คือไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นกะใคร ต่อให้เขาจะรักเราหรือไม่ก็ตาม เพราะว่าเราขี้เกียจเสียใจอีกในช่วงนี้ เพราะแค่นี้เราก็ปวดหัวกับเรื่องต่างๆมากมายที่มันซัดกระหน่ำเข้ามา ถึงช่วงนี้มันจะซาๆไป แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรต่อไปอีก
สำหรับเราแล้วมันคงไม่มีใครมาแทนใครได้ ไม่สามารถเปรียบเทียบคนกับคนได้ว่าใครดีกว่ากัน ดังนั้นมันไม่สามารถที่จะแทนที่ใครซักคนด้วยใครอีกคน คนๆนี้ก็คือคนๆนี้ คนๆน้นก็คือคนๆนั้น
สรุปสั้นๆง่ายๆคือ เราขอโทษนะอร เรามีความสุขที่เราเป็นแบบนี้จนไม่ค่อยอยากเปลี่ยนอะไรมากมายในช่วงนี้ เราขอโทษที่เรารั้น เราดื้อ แล้วเราก็ดันเป็นคนที่พูดไปตามในสิ่งที่เราคิด เราคงตรงไป เราพูดห้วนไป เราเข้าใจความหวังดีของอรนะ แต่ว่าเรายังแพ้จิตใต้สำนึกที่มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเวลาพูดเรื่องแบบนี้อยู่ เมื่อนึกถึงความรักมักมีคนถามว่าทำไมทำหน้ายังกะจะร้องไห้ ยังคงเป็นงั้นถึงไม่อยากนึกถึงมันอีกในช่วงที่ชีวิตนี้มีแต่เรื่องแย่ๆเข้ามาให้รู้สึกว่าอะไรๆมันแย่ไปกว่าเดิมนะ
หวังว่าอรจะไม่โกรธเรา
สารภาพบาปหมดแล้ว
วันนี้ทำไก่ผัดเนย ใส่ซอสญี่ปุ่น กะดอกกะหล่ำ ข้าวโพดอ่อน อร่ยมากๆ
งาน CS-ROM 2008 ใกล้เสร็จแระ รอชมกันวันงานล่ะนะ March 09 Chapter 26 Part 12 : ขอโทษนะทุกคน เฉลยจากคราวที่แล้วก่อนนะ
มี 15 เพลง
1 ช่วงชีวิต (Y2gether) 2 ใคร (Pod in Million Way 2 Love) 3 ใครบางคนจากบนฟ้า (Flure) 4 ยิ้ม (Yokee Playboy : Swinging) 5 เวลา (P.O.P) 6 กอด (บุรินทร์ จงวิสุทธิ์(GR) in 2Be Free) 7 หยุด (Groove Rider : Discovery2) 8 เก็บไว้ (รัดเกล้า) 9 ใกล้ไป (Friday) 10 สองคำ (Friday) 11 สิ่งที่ไม่เคยบอก (Modern Dog) 12 คนนี้ (P.O.P) 13 เจ้าหญิง (Rhythm and Boyd) 14 ลมหายใจ (Rhythm and Boyd) 15 กันและกัน (คิว วง Flure) ตอนแรกตั้งใจว่า 14 เพลง แต่ดันเกิน เอิ้กๆๆๆ
มีเรื่องนึงอยากจะขอโทษทุกๆคน ขอโทษนะ เราอ่อนแออีกแล้วอ่ะ มันเป็นมายังไง จะเล่าต่อจากนี้นะ
สองวันนี้ เอาตั้งกะเมื่อวานเลยก็ตอนเช้าก็ทำบุญให้ยายอิ่มบุญมากๆ หลังจากที่ยายกลับมาเมื่อวันพฤหัสก็รู้สึกว่ายายดีขึ้นนะ ยายคิดแบบเข้มแข็งมากขึ้น เริ่มคิดอยากหายแล้วล่ะ ใจเราค่อยโล่งนิดนึง กลับมาบ้านก็ดูการ์ตูน ซักผ้าตากผ้า แล้วก็ทำแกงจืดเต้าห้ให้ยายทาน แต่ยายดันผลื้มกับเห็ดเข็มทองผัดเนยและซอสญี่ปุ่นมากก่า(แหง่ว)แต่เห็นยายกินแล้วมีความสุขฉิ่งก็ดีใจแล้วล่ะ แล้วก็ยกเอาจอคอมไปซ่อมให้เขาจูน fly back ให้ภาพมันชัดๆแม่จะได้ใช้จอแบบไม่ปวดตา(ไม่ซ่อมแม่ก็ไม่ปวด T_T แต่เอาเหอะขอเป็นเด็กดีบ้าง) แวะไปซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมที่ร้านก่อสร้างแล้วก็กลับมาที่บ้านจากนั้นก็จัดการเริ่มทำน้ำพุ หลังจากบ้าพลังไปซื้อกระถางมาจาก JJ หลังเลิกงานวันพฤหัส นั่งกระเทาะกระถางให้พอดีกะท่อจากนั้นก็เอา อีพ็อกซี่อุด คิดว่าง่าย แต่ใช้เวลาเยอะจิงๆถ้าลวกๆก็คงมีกระถางแตกล่ะนะ เอิ้กๆๆ จากนั้นตอนรอ อีพ็อกซี่แห้งก็แว่บไปเอาจอคอมก่อนตอนยกกลับมารู้สึกแขนหมดๆแรงไงไม่รู้วางบ่อยมากๆ คิดในใจ ถ้ามีแฟนหนักกว่านี้นี่จะเป็นไงเนี่ย แล้วก็ยกมาคนเดียวจนถึงบ้านวางจอเข้าที่ต่อจากนั้นก็เริ่มถอดโคมไฟหน้าบ้าน(ไม่น่าเชื่อว่ามันยังใช้ได้) เอามาแกะๆๆๆ เปลี่ยนสายไฟใหม่ แต่รู้สึกว่าทำไมปวดๆแขน แล้วก็ไม่มีแรงมองแขนตัวเอง ข้างนึงเขียว ข้างนึงม่วง คงเพราะแรงกระแทกของจอตอนยกมาแหงๆ แต่ก็เอาเหอะ อยากทำให้เสร็จนี่นา แต่มือก็ได้หลายแผลเชียวกว่าจะร้อยสายได้ จากนั้นก็เริ่มๆเดินสาย เจาะกำแพง ติดปลั้ก เดินๆ ได้ราวๆ 20% ก็หมดแรงเพราะปาไปสองทุ่มแล้ว(ไม่หมดคงโดนหลายๆคนบอกว่าไอ้ฉิ่งบ้าพลังแหงๆ) อาบน้ำ ขึ้นมาออนกะเช็คเมลล์ก็เจออรในเอ็มก็เลยคุยกันขอไม่เล่าว่าเรื่องอะไร(จรรยาบรรณแพทย์)แค่หวังว่าอรจะสบายขึ้นมาซักนิดก็ยังดีเนาะ แล้วก็นอนอย่างหมดแรงแต่ก็นอนไม่หลับ(ร้อนเกิน) เลยจะเข้าไปนอนห้องแม่ ตอนเดินออกจากห้องก็บังเอิญเตะอีนิลเข้า ดำก็ดำ ห้องก็มืด สม!! แล้วก็อุ้มมันเข้าห้องแม่ไปนอนด้วยกัน แต่... พี่ขิมมันเอาอะไรมากองบนที่นอนเนี่ย เอาเหอะ หาหลืบว่างๆนอนเอาก็ได้ ส่วนอีนิลเสวยสุขบนฟูกนิ่มๆไป
ตื่นมาวันนี้ก็ไปตักบาตรให้ยาย อีกแล้ว ง่วงจิงๆ เอาเหอะ ถ้าบุญมีจริงก็จะไปถึงยายเองล่ะ กลับมาบ้านเดินสายไฟต่อ แล้วก็ดูการ์ตูน แล้วก็กลับมาเดินสายไฟต่อเสร็จเอาก็เที่ยง เหนื่อย หมดแรงทั้งหมดก็จะได้ดังรูปนี้
แล้วก็ออกไปตัดผม ไปซื้อปลามาใส่น้ำพุ(ขอให้รอด) เมกะโปรจคถัดไปคือ ซ่อมตู้ปลาแล้วก็เลี้ยงปลาเอิ้กๆๆ ตอนนี้พอก่อนเดี๋ยวจนเงินเย็นเยอะไป
จะว่าๆไปสำหรับสองวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมากๆ แต่มันก็คุ้มนะ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับคนในบ้าน ทำให้บ้านดูมีอะไรๆมากขึ้น ว่าไปก็ลืมเก็บของ เอาเหอะเหนื่อยอ่ะ งานเงิน CS-ROM ก็ยังไม่ได้ทำ เริ่มวันจันทร์นี้ล่ะ สู้ๆนะเรา รู้สึกดีนะที่พ่อกะแม่ปลื้มเราอิ้ๆๆ ไม่บอกฉิ่งก็รู้ เพราะแค่แม่ไม่บ่นว่าไม่เข้าท่า มันก็พอแล้วเอิ้กๆๆ พ่อบอกอยากติดไฟตรงกลางที่จอดรถ =_=" ไม่บอกซะอาทิตย์หน้าเลยล่ะพ่อ มันแปลกนที่เรามีความสามารถในเชิงช่าง ซึ่งพ่อไม่มียายมักจะว่านะว่าพ่อไม่ได้เรื่อง(วันนี้แม่ก็เหน็บแต่ขำๆ) สิ่งนี้ท่าจะได้มาจากตามากก่ามั้ง เพราะ"คุณยายเคยบอกเอาไว้ว่า ให้ฉิ่งเก่งๆเหมือนตา" คุ้นๆมะว่าจากเรื่องอะไร "คุณย่าเคยบอกเอาไว้..." ส่วนความสามารถในการเย็บปัก กะการฝีมือคงได้มาจากแม่ ดนตรีก็คงแม่ มามองดูตัวเองก็ทำได้หลายอย่างนะ แต่ทำไมรู้สึกว่าก็ยังคงเป็นคนไม่ได้เรื่องอยู่ดี หลายๆคนบอกว่าแค่นี้ก็เก่งมากแล้ว แต่ทำไมก็ยังรู้สึกว่ามันก็ยังดีไม่พอสำหรับการเป็นใครซักคนของคนหนึ่งคน
เราเป็นคนบ้าๆบอๆ เงียบๆเกินไป ยากนะที่จะพูดความรู้สึกดีๆกะใคร มันยากจริงๆ อย่างมากก็กวนประสาทซะมากกว่า เพราะชอบทำให้รู้สึกดีมากกว่าที่จะพูด(มันแย่ตรงนี้แหล่ะ)
เข้าเรื่องคือเสร็จสิ้นทุกอย่างจู่ๆทำไมก็ดันนึกถึงยุ้ยขึ้นมาอีกก็ไม่รู้ บางครั้งมิติเวลาของเรามันก็คงไม่ได้ตรงกัน ขอโทษที่คิดถึงเธอประจำ แล้วมันก็ทำให้ใจลึกๆมันเฟล บางครั้งด้วยนิสัยที่มันกู่ไม่กลับ ยึดมั่นถือมั่นเกินไปของพี่ล่ะมั้งที่มันทำให้เราไม่ได้เดินร่วมทางกัน จนตอนนี้ก็ยังตัดความรู้สึกที่มีให้ยุ้ยไม่ได้เลย ทั้งๆที่ใจของพี่เองมันก็น่าจะรับได้แล้ว
ขอโทษนะทุกคนที่เราหวั่นไหวอีกแล้ว
ขอบคุณในความหวังดีนะอร แต่ว่าทุกอย่างของเรา เราก็ต้องมาจัดการมันด้วยตัวเองสิ
ขอบคุณพี่รีที่เป็นห่วงฉิ่งเสมอในเวลาที่พี่รียุ่งเสมอเหมียนกัน
ขอบคุณน้องแจ้คที่เป็นเหมือนตัวแทนของความอ่อนโยน
ดีใจด้วยนะหนิงที่ได้งาน แต่ชั้นไม่มีความสามารถเรื่องกุ้งที่จะช่วยแกได้อ่ะ บอกแล้วว่าฆ่าเชื้อบ่อกุ้งใช้ยูเรเนี่ยมโลดรับรองผลว่าตายเรียบแน่นอน
ดีจัยด้วยนะอู๋ที่ได้งานใหม่เก็บตังแต่งงานอ่าดิ้ ฮิ้ววววว
ไม่มีไรแร้วมั้ง หมดแรงแล้วล่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแระ ไปดีก่า February 14 Chapter 26 Part 11 : วันแห่งความรักช่วงชีวิตที่ได้มีใครซักคน ที่ทำให้คนหนึ่งคนได้มาพบกับใครบางคนจากบนฟ้า และได้พบกับรอยยิ้มที่อบอุ่น ได้มีเวลาดีๆ อ้อมกอดที่อบอุ่น จนอยากจะหยุดเอาไว้นานๆ และบางอย่างที่เก็บไว้ เพื่อที่จะได้ไม่ใกล้ไป อาจมีสองคำที่เป็นสิ่งที่ไม่เคยบอก ว่าคนนี้ คือเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย ที่เป็นลมหายใจ และอยากมีกันและกันตลอดไป Happy Valentine Day จ้า ให้ทายว่ามีเพลงเบเกอรี่กี่เพลง อิ๊ๆๆๆ นานๆทีคิดได้นะเนี่ย
อันว่าความรัก เฮ้อ.... วันแห่งความรักเมื่อปีที่แล้ว ก็ เฮ้อออออ แต่ว่านะมันก็อดนึกถึงสิ่งดีๆเกี่ยวกับความรักไม่ได้หรอกนะ ชีวิตคนเราอาจไม่ได้ประสบผลสำเร็จในบางเรื่อง แต่สิ่งที่จะทิ้งไม่ได้คือความรู้สึกดีๆที่มีให้กับคนอื่นๆ นั่นมันก็คือสิ่งสำคัญที่มี หวนกลับไปมองวันเก่าๆมันก็ดีนะที่ได้มีความรัก และมันก็แย่เหมือนกันที่เราผิดหวัง ตาชั่งในใจ ระหว่างความฝัน และแผลในใจมันก็สู้กันมาตลอดจนรู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน สัญญากะน้องแจ้คว่าจะไม่คิดมาก แต่ก็อดคิดไม่ได้ทำไงได้ล่ะเนี่ย พี่รีบอกว่าเดี๋ยวนี้เรามีความเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เริ่มป้องกันตัวเองมากขึ้น ดูๆค่อนข้างที่จะเลือกกระทำแบ่งระดับการกระทำ ก็ไม่รู้ว่ามันดีไม่ดีนะ มันก็คงเพราะเราไม่อยากให้ใครมาผิดหวังหรือคาดหวังกะตัวเรา และไม่อยากให้ตัวเราไปผิดหวังกะใครอีก มันไม่ยากหรอกที่จะรู้สึกดีๆกับใคร แต่มันยากที่เราจะเชื่อว่าความรู้สึกของคนเรานั้นมั่นคงเพียงพอที่จะไม่ทิ้งกันไป
ความรักพูดยากเนาะ พี่รีก็บอกว่าอยู่คนเดียวแบบนี้นานๆเดี๋ยวก็ชินจนขึ้นคานหรอก มันก็จิงนะ เราชินมากๆจนไม่อยากให้ชีวิตตัวเองเปลี่ยน อยากไปไหนก็ได้ ไม่ต้องห่วง ทำไรก็ได้ สบายๆ ชีวิตมันกลับกันนะ พอเรามีใครที่อยู่ข้างๆเรา เราก็อยากมีแต่เขาที่อยู่ข้างๆ แล้วพอไม่มีเขาก็เหมือนกับหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมันหายไป กว่าจะคืนกลับมาได้หลายส่วนก็ต้องใช้เวลามากมายเลยล่ะ อ่อนไหวมากๆอ่ะผู้ชายคนนี้
อรว่าเอาว่า เราไม่อ่อนหวาน เราก็ไม่เคยบอกนี่ว่าเราอ่อนหวาน แต่ทำไงได้ จะได้ไม่ต้องมีใครมาคิดอะไรกะเราไง ง่ายดีมะ เราทำอะไรให้คนที่ตัวเองรู้สึกดีด้วย หรือคนในครอบครัวเราแค่นี้มันก็เพียงพอที่จะมีความสุขเล็กๆน้อยๆแล้วนี่นา
เอาล่ะง่วงแล้ว นอนดีก่า
ไว้คราวหน้าจะเฉลยนะ อิ๊ๆๆๆๆ
February 05 Chapter 26 Part 10 : แต่ ช่วงนี้เป็นอะไรที่ชีวิตสับสนและวุ่นวายมากๆ เจอแต่เรื่องแย่ๆ รู้สึกแย่ๆ แต่ก็ยังพอมีเรื่องดีๆที่ยังพอให้ชื่นใจบ้าง นี่แหล่ะชีวิตคนเรา และนี่แหล่ะชีวิตเรา
มึนๆจนไม่รู้จะเขียนอะไรแต่ก็อยากเขียนแฮะ เพราะวันนี้เรื่องดีๆก็คือโปรเจคจบไปตัว สบายใจจัง กลับบ้านก็เจอหลานเตย ได้แกล้งคนก็สนุกดี แต่มันแย่ที่หมู่นี้ดูเหมือนจะทำให้อรเคืองบ่อยๆ จนไม่ค่อยจะกล้าคุยแล้วล่ะนะ แต่ก็ได้คุยกะเชียร์บ้างซึ่งก็ได้มุมมองเพิ่มเติมสำหรับบางเรื่อง แต่ก็ไม่มีอะไรหรอกนะลำพังไปฟิตเนสกะเชียร์ก็กัวหัวแตกจิง อิ๋งๆๆ แต่ตอนที่เชียร์เล่นนี่กัวแขนหักจิงๆ แขนเล็กซะ เอิ้กๆๆๆ
งานของภาควิชาจะทำเสร็จมั้ยเนี่ย แต่มันก็น่าจะเสร็จแหล่ะถ้าเครื่องคอมไม่พัง งานของ ubc จะทำได้มั้ยเนี่ย แต่ก็ต้องพยายามต่อไป หมู่นี้รู้สึกว่าได้คุยกะหนิงบ่อยขึ้นนะเนี่ย แต่หมดตัวอ่ะ คุยกันซะ สี่ทุ่มยันตีสอง เอิ้กๆๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรคืบหน้าหรอกนะ ขอบคุณน้องปอที่ส่ง sms มาให้ทำให้ชื้นใจบ้างว่ายังคิดถึงกันนิดนึง แต่ก็ยังวุ่นวายกับการเรียนเลยไม่อยากรบกวนมากมาย จะวันเกิดน้องมาย ทอฟฟี่กะกิ้ฟท์แระ ทำไงดีน้อ
เดี๋ยวก็มีงานรับปริญญาแต่ทำไงดีหว่าแบ่งร่างไม่ถูก
เฮ้อออออ เครียดจัง เบื่อจัง หมู่นี้ทำไมเฟลๆ มันเพราะอะไรกันล่ะ ไม่เข้าใจเลย ใจเรามันกำลังปฏิเสธอะไรบางอย่างอยู่ หรือเพราะว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงล่ะนี่ January 25 Chapter 26 Part 9 : จิตตก ยายเปื่อย ทะเลาะ ช่วงนี้อาจไม่ค่อยมีเวลาและอารมณ์มาอัพเพราะว่าค่อนข้างวุ่ยวายทั้งชีวิต กาย และใจ แต่เอาเนาะวันนี้ก็ขออัพบ้างก่อนที่จะลืมเรื่องราวอะไรบางอย่างไป
สองอาทิตย์ที่แล้วแม่หมาไม่สบายมากๆก็เลยไปเล่าอาการให้หมอฟังซึ่งก็ไม่รู้มันเป็นอะไร หอบแฮ่กๆ อาเจียนตอนเช้า หมอเลยคิดว่าน่าจะเป็นหวัดใหญ่ แต่พอไปซักพักอาการมันก็แย่ลงเลยลางานตอนเช้าวันศุกร์ที่แล้วก็อุ้มมันขึ้นรถพ่อไป รพ. สัตว์แสนสุข ก็ได้เจอคุณหมอน่ารักๆคนนึงมาดูแลแม่หมา จากนั้นก็เจาะเลือด เอ็กซ์เรย์ แล้วก็รอหมอหัวใจจน 10 โมง สรุปผลว่ามันเป็น พยาธิหัวใจ พยาธิเม็ดเลือด แล้วก็โรคตับ(ท่าต้องให้มันกินเหล้าตับจะได้แข็งแรง) ก็รวบรวมค่ายาค่ารักษาปาไปโอ้ลั่ลล้า 2000 ก่าๆ ตายห่านละวา พี่ขิมจ่าย จบ แต่อาทิตย์นี้ก็หอบมันไปพร |