![]() |
|
Spaces home โลกของฉันPhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
โลกของฉัน
|
October 05 Chapter 26 Part 20 : เวลาดีๆช่วงนี้วุ่นๆกับงานและเรื่องต่างๆจนไม่ได้อัพเลยแฮะ วันนี้รู้สึกผิดที่ดองบล็อคมานาน จริงๆก็อยากเขียนถึงหนิงมากเลยล่ะ แต่ว่า งานเยอะจนไม่มีเวลากันเลยทีเดียว
เวลาที่ผ่านมาก็มีความสุข ทุกข์ งง ขำๆ ปนๆกันไป แต่ทุกวันก็ยังมีหนิงอยู่ นั่นก็ทำให้รู้สึกว่ามีความสุขพอตัวเลยล่ะที่ได้ซื้อของกินไปให้ตอนเช้า(หนิงบอกว่ามาให้อาหารตอนเช้า) แล้วก็มารับตอนเย็นเกือบทุกวัน ถ้าฉิ่งไม่ได้ติดธุระอะไร หนิงเคยบอกว่าฉิ่งคงเหนื่อยมากๆ(จิงแต่เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้เพราะว่ารักที่จะทำ) ก็บอกแค่ว่าไม่เหนื่อยเท่าไหร่แล้วทำแบบนี้มันดีกว่าที่เราจะไม่มีเวลาที่จะเรียนรู้กันเลย
มะวานมีเรื่องชวนเซอร์ไพรส์มากมาย พอดีตอนแรกหนิงอยากกินหมี่กะทิ ฝีมือฉิ่ง ซึ่งก็กะว่าจะให้ไปหลังเลิกเรียน แต่ที่ไหนได้ หนิงไปเรียนไม่ทันเลยอยากไปที่ไหนก็ได้(เซอร์ไพรส์สเต็ปแรก) ก็เลยไปที่มิวเซียมออฟสยาม ตรง mbk แล้วก็เลยเอาหมี่กะทิ แล้วก็ผัดผักบุ้งเจไปนั่งกินกันตรง bts(พอดีมีจัดงานกินอาหารเจฟรี ก็ลยได้ที่นั่ง) แล้วก็ไปซื้อรองเท้าตรงแถวๆเอกมัย เสร็จแล้วฉิ่งก็จะติดธุระที่จะต้องเอาอีนัลไปหาหมอ(แมวสุดเลิฟของที่บ้าน) หนิงก็เลยอาสาจะไปเป็นเพื่อน(เซอร์ไพรส์สเต็ปสอง) แล้วก็เลยถามหนิงว่า ต้องเข้าบ้านก่อน แล้วต้องเจอยาย พี่ขิม พ่อ แม่ หนิงจะว่าไง หนิงก็บอกว่าไม่เป็นไร(เซอร์ไพรส์สเต็ป สาม) ก็เลยพาหนิงเข้าบ้าน ใจนึงก็กัวๆว่าหนิงไม่พร้อมรึป่าว กัวออึดอัด(ลำพังตอนนี้ก็แน่นพอตัว คิ้ๆๆๆ) แต่ก็ไปได้ด้วยดี เพราะที่บ้านไม่มีอะไรติติง(พี่ขิมชมว่าหนิงสวย) ขำๆไป ถึงบ้าน ยายหลับ พี่ขิมหลับ ปลุกยายเอาว่าที่หลานสะใภ้ไปไหว้ คุยกะยายหนิงก็นั่งขำเอิ้กๆอ้าก(แหงสิ หัวลูกนกต้นแบบมาจากยาย) แล้วพี่ขิมก็ตื่นมาก็จับนิลไปหาหมอ พอดีพ่อกลับมาพ่อเลยขับรถไปส่ง กลับมาบ้านอีกทีหนิงก็คุยเรื่องสมุนไพรกะพ่อแม่ จากนั้นก็ไปส่งหนิงที่หอ
มีความสุขมากเลย หวังว่าอาหารที่ฉิ่งทำ หนิงคงจะกินได้นะ
ดีใจที่มีหนิงเป็นแฟนนะ อยากให้ทุกๆวันมีความสุข และอยากให้เรารักกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉิ่งรักหนิงนะ
แว้บดีก่า June 28 Chapter 26 Part 19 : ช่วงเวลาที่ผ่าน ช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่เราได้พบพานมากับผู้หญิงคนนี้มากมายเหลือเกิน ทั้งความสุขความเศร้า และอะไรหลายๆอย่าง มันก็ทำให้เราเข้าใจหนิงมากขึ้น และตอนนี้เราว่าเราเข้าใจในสิ่งที่หนิงพยายามจะบอกเราแล้วล่ะ
คำขอโทษสำหรับเรานั้นมันเป็นคำพูดที่เราพูดเมื่อเรารู้สึกผิดต่อคนๆนั้น เราอยากขอโทษเพราะเราเชื่อว่ามันดีกว่าที่จะไม่แสดงความรับผิดออกมา แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยซักเท่าไหร่ แต่ก็ว่านะ ขอโทษบ่อยๆ มันดูไม่มีค่ามันน่ารำคาญ ไม่มีภาวะผู้นำ ดูอ่อนแออีก เราเข้าใจแล้วล่ะ และเราก็จะปรับปรุงนะ เราคงไม่บอกหนิงด้วยปากเราหรอก เดี๋ยวหนิงรำคาญเอาเป็นว่า เราบอกตัวเองแล้วกันว่าจะพูดออกมาเมื่อมันแย่มากๆละกันนะ เพราะเราคิดมากเกินไป เราเซนส์สิทีฟเกินไป เราจะพยายามเป็นคนที่เข้มแข็งจะได้สามารถนำหนิงได้
วันที่หนิงบอกให้เราตัดใจเพราะว่าหนิงจะไม่ได้อยู่กทม. ทำไมไม่รู้เรารู้สึกใจหายมากๆ เราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไม่แค่เริ่มมา 1 เดือน ทำไมเรารู้สึกว่าเราไม่อยากตัดใจ เราร้องไห้ เราไม่รู้ว่าเราร้องไห้เพราะอะไร มันอาจเป็นเพราะว่าเราไม่อยากให้หนิงจากเราไปก็ได้ เราอยากให้หนิงอยู่ข้างๆเรา ถึงว่าบางทีหนิงจะนิ่งๆเฉยๆแต่เราก็ยังได้เห็นหนิงอยู่ตรงนี้ มัน่าขำตัวเองนะว่าทำไมนะเรารักใครขึ้นมาแล้วเรามักจะต้องจากกันทุกทีสินะ ถ้าเป็นคนอื่นเราก็ไม่รู้ว่าเราจะรู้สึกเสียใจได้ขนาดนี้รึเปล่า
เรานั่งหาหนทางมาตลอดก หัวก็เครียดๆเพราะมันมีหลายๆเรื่องประดังเข้ามาพร้อมๆกันจนบางครั้งมันก็แย่เหลือเกิน แต่ปัญหาต่างๆมันก็ค่อยๆผ่านไปแล้วล่ะ
วันพฤหัสพาหนิงไปกินข้าวที่ ซูกิชิ เพราะเรากลัวว่ามันจะเป็นวันสุดท้ายที่เราอาจได้เจอหนิงอยู่ตรงนี้ ตอนไปส่งหนิงหนิงก็ร้องไห้ เพราะหนิงก็ไม่อยากไปจากกทม.เหมือนกัน แต่มารู้เมื่อวันศุกร์ว่าหนิงก็ร้องเพราะเรื่องเราด้วย TvT
เราดีใจมากๆเลยนะที่หนิงยังอยู่ที่นี่ เรารักหนิง ถึงแม้ว่าหนิงอาจจะมีบทโหด ใจร้อน ซึ่งตรงข้ามกับเราเยอะเหมือนกันแต่ว่า เราคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ไปกันได้นะ จากนี้เราจะพยายามเป็นผู้ชายที่ดี และเป็นตัวของตัวเอง เราจะไม่คิดมากไม่เสียสเถียร ไม่อ่อนไหวนะ
เราอยากให้หนิงมาเป็นคนรักของเรานะ แล้วมันก็น่าจะได้เวลาที่จะบอกแล้วสินะ June 19 Chapter 26 Part 18 : เพียงเพราะเหนื่อยล้า ช่วงนี้เหนื่อยพอตัวเลย เทียวไปเทียวมาระหว่าง ubc และออฟฟิศ หมดแรง หมู่นี้รู้สึกชีวิตจะ busy มากๆ เหนื่อย + ล้าอาจทำให้อารมณ์ไม่คงที่เท่าไหร่
ทำไมหมู่นี้น้อยใจง่ายจิงนะเรา
หนิง เราเป็นห่วงหนิง แต่บางเรื่อง เราก็ไม่รู้จริงๆว่าเราจะทำยังไง
ตึงมากไปมั้งช่วงนี้ ขอหย่อนบ้างนะ
หลายๆเรื่องหนิงเหมือนพี่ขิมจนน่าตกใจจิงๆ
เรารู้สึกว่าอะไรบางอย่างระหว่างเราสองคนมันเปลี่ยนไปเยอะนะ ดูหนิงจะหงุดหงิดง่ายอ่ะ แต่เอาเหอะเราเข้าใจ June 15 Chapter 26 Part 17 : Emotion ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเหนื่อยมากๆเลยล่ะงานเยอะแยะ เรื่องราวเยอะแยะและวุ่นวาย และมีหลากหลายอารมณ์จริงๆ ทั้งสุข และเศร้าคละเคล้ากันไป
เมื่อวันศุกร์นโน้น ไปดูหนังกะหนิงมาตื่นเต้นมากๆเพราะว่ามันเป็นครั้งแรกนะทีได้ไปดูหนังกะคนที่ตัวเองชอบ แต่ว่ารีบไปก็กัวไม่ทันแท็กซี่ก็ไม่ยอมไปอีกเพราะรถติดมากๆ เครียดเลยกัวไปไม่ทัน แต่แล้วก็ไปทัน ให้หนิงไปเอาตั๋วก่อน รอดไปงานนึง เสร็จแล้วก็ไปดูนาเนียกันขำดีอ่ะ ดูเสร็จก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน เสร็จสรรพ กลายเป็นว่วันนี้หนิงเลี้ยงเรา ก็รู้สึกว่าไม่อยากให้เลี้ยงเพราะใจเราอยากเลี้ยงหนิงมากก่า แต่ต่างคนต่างก็ไม่ยอมจนหมาวิ่งมาเห่า แล้วก็พูดพ้อมกันว่า "กัดมันเลย" เรารู้สึกขำ และมีความสุขมากๆเลยนะ ไม่รู้ว่าหนิงจำได้มั้ย แต่เรารู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาแว้บนึงที่เรามีความสุขมากๆเลยล่ะ แล้วเราก็ไปส่งที่หอและก็กลับบ้าน
วันอังคารก็ไปส่งหนิงแต่หนิงก็หิวก็เลยไปกินยำแซ่บกัน แล้วก็เลยไปส่งหนิงที่หอ คราวนี้หนิงก็เลี้ยงอีกแล้ว กลุ้มใจจิงๆว่านี่ทำไมต้องให้หนิงมาเลี้ยงด้วยเนี่ย
วันพุธ ก็พาหนิงไปตีแบด หนิงก็ติดลมเลยอยู่ยาวแล้วก็พาไปส่งหอ คราวนี้ได้ออกค่ารถให้ซักที จะมีรู้สึกติดค้างอะไรกันนักหนาเนี่ยหนิง
อะไรๆมันก็เหมือนจะพอไปได้ แต่ว่าเราก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมหนิงถึงรู้สึกว่าจะคบกันได้ไม่นาน เรารู้ตัวเราดีว่าเราไปเหมือนกันกับเขามากมายแค่ไหน แต่เราก็พูดไม่ออกเหมือนกัน เราไม่รู้ เรารู้แค่ว่าเราก็เป็นตัวเราอย่างนี้มานานแสนนาน แล้วก็แค่หวังว่าจะมีกคนที่สามารถยอมรับตัวตนแบบนี้ได้ เคยคิดว่าหนิงจะรับได้ แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ใช่แล้วแฮะ เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมหนิงพูดเรื่องนี่ทีไรใจเราลึกๆมันก็กลัว แล้วความเศร้ามันก็มีอยู่ข้างในมากมายได้ขนาดที่รู้สึกอยากร้องไห้ แต่อย่างมากก็ยังข่มมันไว้ได้ตลอด และคำถามก็เกิดกับตัวเองเสมอว่าทำไมนะเวลาคิดจะรักใครซักคน เราก็ต้องเสียเขาไปทุกครั้งเลยใช่มั้ย
เหมือนหนิงยิ่งรู้จักเรามากขึ้น แต่เราก็เหมือนเป็นคนที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ขึ้นยังไงก็ไม่รู้ แต่เรายังถอยไม่ได้หรอกนะ เราขอยืนอยู่ตรงนี้จนวินาทีสุดท้ายของเราล่ะ
เราอยากรักหนิง โดยที่หนิงรักเรา เราไม่รู้ว่าเราจะทำให้หนิงมั่นใจได้ยังไง เราไม่อยากให้หนิงมีความคลางแคลงหรือไม่มั่นใจในตัวเรา แต่เราก็ไม่รู้ว่าเราจะทำยังไง เรารู้แค่ว่าเราแค่ช่วยทุกอย่างสำหรับหนิงเท่าที่เราจะมีความสามารถ มันเป็นสไตล์เรา เราเป็นคนงี่เง่า เพ้อเจ้อ เพ้อฝัน เราเป็นงี้
ที่ไม่คาดหวังอะไรในอนาคตเพราะไม่อยากเสียใจมากเกินไป เรากลัวว่าถ้าเราวาดฝันเอาไว้มากเกินไป เราก็กลัวใจตัวเองเหมือนกันว่าเราจะความคุมความรู้สึกตอนที่เราผิดหวังได้อีกมั้ย มันนานมากๆแล้วที่รู้สึกไม่กล้าที่จะผิดหวังมากนี้ แต่ถ้ากลัวเราจะทำอะไรให้หนิงไม่ได้เลยจริงๆ เราเลยไม่ค่อยคิดอะไรเรื่องนี้เท่าไหร่
แค่หวังว่าทำแล้วหนิงจะสุข สบายใจ ได้มีอะไรๆดีๆในชีวิต เราหวังแค่นั้น แค่นี้เราก็มีความสุขเล็กๆของเราเองแล้วล่ะ
กลัวตัวเองจริงๆ กลัวผิดหวังอีกจนไม่กล้าเปิดใจรับอะไรมากกว่าเดิมแล้ว แต่เอาเหอะ ทุกอย่างมันมีความจริงของมันอยู่ เรามีหน้าที่หาคำตอบล่ะนะ June 01 Chapter 26 Part 1 : On my way (ไม่ค่อยได้อัพเลยเรา) กราบเท้าหลายๆคนที่เข้ามาอ่านที่เคารพ เนื่องด้วยช่วงนี้ใช้ชีวิตเป็นซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง ชีวิตวุ่นวาย กับ นายว้าวุ่นมาซักพักนึง จนไม่มีเวลาและอารมณ์อัพเลย เอาเป็นว่าคงได้แต่สรุปๆ ละกันนะ
ช่วงนี้งานก็มะรุมมะตุ้มจิงๆ ทั้งในบ้านและนอกบ้านเลย โอยเหนื่อย
เมื่อวันก่อน วัน พฤหัส น้องลูกหมาก็ตายไป
ลูกหมา เป็นแมวตัวหนึ่งในบ้าน เป็นลูกของน้องนิล เกิดมาสองปีก่าแระ แต่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเลย เป็น FeLV ซึ่งเป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสพ แต่ทคือเป็นที่ช่องอกทำให้หายใจลำบาก พอเป็นหวัด ก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก พอพาไปหาหมอ ก็เลยตกใจหายใจไม่ทัน ช็อคไปเลย ยังไงก็ฝันดีนะ เป็นไปได้ถ้าจะเจอกันก็ขอให้แกมีชีวิตใหม่ที่ดีนะ ทำบุญให้แล้ว รับไปด้วยล่ะ
และแล้วใจที่มันหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก็มีคนมาถามว่าเดินได้หรือยัง ขอบคุณนะหนิงที่ทำให้เรากล้าที่จะเดินไปอีกครั้ง ถึงแม้ว่าตอนแรกๆใจเราก็กลัวๆก็เหอะ เพราะทุกครั้ง ที่คิดจะก้าวไป ภาพในอดีตมันก็ย้อนมาซะทุกทีจนไม่กล้าที่จะก้าวออกไปซักที แต่ตอนนี้ก็กล้าที่จะก้าวเดินต่อไปแล้วล่ะ เราคงไม่สนใจอะไรมากไปกว่าการค้นหาคำตอบในใจของตัวเองแหล่ะนะ ถ้าถามว่า ณ ตอนนี้เรารู้สึกยังไงกับหนิง ข้อนึงคือหนิงเป็นคนที่เปิดเผย และตรงไปตรงมามากๆ(บางครั้งก็รู้สึกว่าโหดเหมือกันเวลาโดนถาม) มันทำให้เรารู้สึกอะไรบางอย่างซึ่งตอนนี้ขออุบเป็นความลับไว้ก่อนดีก่า และจากวันที่เราได้รู้จักกับหนิง มาจนวันนี้ หนิงเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง วันแรกที่เจอ เรารู้สึกสบายใจเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆหนิง แต่ตอนนั้นเราก็ทำได้แค่ยิ้ม และอยู่อย่างเงียบๆ เพราะว่าเราไม่กล้าที่จะคิดต่อ และ ณ ตอนนั้นก็ไม่พร้อมที่จะคิดอะไรกับใครด้วย ไม่รู้สินะเราไม่ค่อยมีความมั่นใจเหลือน่ะว่าเราจะเป็นคนที่ใช่สำหรับใครรึเปล่า แต่มาวันนี้ก็คงบอกได้แค่ว่า ใจเราก็เหมือนมีกระปุกอยู่แหล่ะ ส่วนที่เป็นเพื่อนมันก็มีเยอะแยะ ส่วนที่มากกว่านั้นก็คงต้องสะสมซักพักนึง ก็เหมือนกับหนิงเองล่ะอย่างที่เราบอก่า เรายังรู้จักกันแค่ในระดับนึงก็ต้องมองกันให้ม่านี้ล่ะนะ จิงป่ะ
สุดท้ายจะลงเอยยังไง ก็คงให้เวลา และอะไรหลายๆอย่างเป็นคำตอบล่ะนะสำหรับเรา เราก็คงต้องเดินอย่างเต็มที่แล้วล่ะ แต่จริงๆก็เหมือนจะได้คำตอบส่วนนึงมาในใจแล้วล่ะ เป็นคำตอบที่ได้มาโดยไม่ทันไดมตัวเองซะด้วยสินะ แต่เราก็คงต้องพิสูจน์ตัวเองให้หนิงเชื่อใจด้วยล่ะนะ
สุดท้ายบนทางเดินเส้นนี้จะเป็นยังไงต่อไปล่ะเนี่ย ไม่มีใครรู้จริงๆล่ะนะ แต่เราคงต้องทำอะไรบางอย่างอีกแล้วล่ะ
|
|
|||||||||||||||||
|
|